ทาลิปทั้งวัน ปากยังแตก?
สรุป 30 วินาที
- คำตอบสั้นๆ: ผิวปากเสียน้ำง่ายกว่าแก้มมาก และลิปบางแท่งใส่ เมนทอล การบูร น้ำหอม หรือกลิ่นรส ที่ทำให้ปากระคาย ทาทั้งวันก็ไม่ดีขึ้น
- ทาแล้ว เย็นซ่า แสบ จี๊ด ไม่ได้แปลว่าได้ผล แปลว่าปากกำลังระคาย
- ตัวช่วยคือส่วนผสมที่ทำหน้าที่เหมือนฝาปิด เช่น Petrolatum (ปิโตรเลียมเจลลี่) Shea Butter, Ceramides
- วิธีใช้: ทาบ่อยๆ ระหว่างวัน + ก่อนนอนทาหนา · เลิกเลียปาก · ออกแดดใช้ลิปที่มี SPF 30 ขึ้นไป ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง
คลิป 60 วินาที จากซีรีส์ "ปัญหาผิว" ตอน 9 · บทความด้านล่างขยายความจากคลิปพร้อมที่มา
ทำไมปากถึงแห้งง่ายกว่าแก้ม
ผิวริมฝีปากสร้างมาไม่เหมือนผิวหน้า งานวิจัยในญี่ปุ่นวัดผิวปากกับแก้มของผู้หญิง 303 คน อายุ 21–80 ปี ในช่วงหน้าหนาว พบว่า ปากเสียน้ำผ่านผิวเกือบ 3 เท่าของแก้ม และความชุ่มชื้นที่ผิวปากมีแค่ราว 1 ใน 3 ของแก้ม ผู้วิจัยอธิบายว่าเซลล์ผิวชั้นนอกของปากสร้างไม่สมบูรณ์ เลยกักน้ำไว้ได้ไม่ดี (Kobayashi & Tagami 2004)
อีกเรื่องคือปากแทบไม่มีต่อมไขมัน เอกสารวิจัยของบริษัทผู้ผลิตระบุว่าบริเวณรอยต่อระหว่างเยื่อบุปากกับผิวหนังไม่มีต่อมไขมันเลย (งานวิจัยของบริษัทผู้ผลิต 2020) ผิวหน้ามีน้ำมันธรรมชาติเคลือบช่วยกันน้ำระเหย ปากไม่มีตัวช่วยนั้น

แล้วพอปากแห้ง เราก็เลียปากโดยไม่รู้ตัว AAD อธิบายว่าน้ำลายจะระเหยไปพร้อมความชื้นของปาก ทำให้ปากยิ่งแห้งกว่าเดิม (AAD) วงจรนี้เองที่ทำให้หน้าหนาวปากแตกซ้ำๆ
ลิปแบบไหนช่วย แบบไหนทำให้แย่ลง
AAD แบ่งส่วนผสมในลิปบาล์มไว้สองกลุ่ม (AAD)
| ส่วนผสมที่ควรมี | ส่วนผสมที่ควรเลี่ยงเมื่อปากแตก |
|---|---|
| Petrolatum (ปิโตรเลียมเจลลี่) | Menthol (เมนทอล) |
| Shea Butter | Camphor (การบูร) |
| Ceramides | Eucalyptus |
| Dimethicone | Fragrance (น้ำหอม) |
| Mineral Oil · Castor Seed Oil · Hemp Seed Oil | Flavor กลิ่นรสส้ม มิ้นต์ เปปเปอร์มินต์ อบเชย |
| Titanium Dioxide · Zinc Oxide (สำหรับกันแดด) | Lanolin · Salicylic Acid · Phenol · Propyl Gallate · Octinoxate · Oxybenzone |
กลุ่มซ้ายทำหน้าที่เหมือน ฝาปิด ครอบผิวปากไว้ไม่ให้น้ำระเหย AAD ระบุว่าขี้ผึ้งเนื้อหนาอย่างขี้ผึ้งเนื้อหนา (เช่น ปิโตรเลียมเจลลี่) กักน้ำได้นานกว่าแว็กซ์หรือน้ำมัน ส่วนกลุ่มขวาเป็นตัวที่ทำให้ปากที่แตกอยู่แล้วระคายขึ้นอีก

ลิปเย็นซ่า แปลว่าได้ผล?
ไม่ใช่ครับ AAD บอกตรงๆ ว่าถ้าทาแล้ว เย็นซ่า แสบ หรือจี๊ด นั่นคือผลิตภัณฑ์กำลังทำให้ปากระคาย ไม่ใช่กำลังทำงาน ให้เลิกใช้แท่งนั้น (AAD)
ส่วนลิปเนื้อที่ปิดได้แน่นจริง มีงานทดลองของบริษัทผู้ผลิตเครื่องสำอางรายหนึ่ง (งานวิจัยของบริษัทผู้ผลิต 2020)
| รายละเอียดงานทดลอง | |
|---|---|
| ผู้เข้าร่วม | ผู้หญิงญี่ปุ่น 20 คน อายุ 20–39 ปี ที่กังวลเรื่องปากแห้ง |
| แบ่งกลุ่ม | 2 กลุ่ม ใช้ลิปบาล์มคนละสูตร |
| ความถี่ | วันละ 4 ครั้ง นาน 4 สัปดาห์ |
| ผล | กลุ่มที่ใช้สูตรปิดแน่นกว่า ปากลอกเป็นขุยน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ |
| ข้อสังเกต | งานของบริษัทผู้ผลิตเอง คนน้อย · สินค้าในลิงก์ของเราไม่ใช่ตัวที่ใช้ในงานทดลอง |

ประเด็นสำคัญ: ลิปที่ "รู้สึกว่าทำงาน" เพราะเย็นซ่า กับลิปที่ช่วยจริงเพราะปิดผิวไว้ เป็นคนละเรื่องกัน ตัวแรกให้ความรู้สึก ตัวหลังให้ผล
ใช้ยังไง
หลักทั่วไปจาก AAD (AAD)
- ทาบ่อยๆ ระหว่างวัน หลายครั้งต่อวัน และทาก่อนนอน
- ปากแห้งมากหรือแตก ใช้ขี้ผึ้งเนื้อหนาอย่างปิโตรเลียมเจลลี่ ทาหนาๆ ก่อนนอนทิ้งไว้
- ออกแดด ใช้ลิปที่มี SPF 30 ขึ้นไปก่อนออกไปข้างนอก แม้ในหน้าหนาว และทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงระหว่างอยู่กลางแจ้ง AAD อธิบายว่าแดดทำให้ปากที่แตกอยู่แล้วไหม้ง่ายขึ้น
- เลิกเลีย กัด หรือลอกปาก อยากเลียเมื่อไหร่ ให้หยิบลิปมาทาแทน
- ดื่มน้ำให้พอ และถ้าหายใจทางปากตอนนอน เครื่องทำความชื้นช่วยได้
ทริกคนขี้เกียจ

- ซื้อลิปไม่มีน้ำหอม 2–3 แท่ง กระจายไว้ กระเป๋า โต๊ะทำงาน หัวเตียง จะได้ทาบ่อยโดยไม่ต้องหา
- ก่อนนอนทาปิโตรเลียมเจลลี่หนาเหมือนทาแยม ไม่ต้องเกลี่ยสวย เดี๋ยวมันซึมเข้าหมอนก็ช่างมัน ปากได้ฝาปิดทั้งคืน
- ลิปแท่งไหนทาแล้วซ่า โยนทิ้งเลย ไม่ต้องเสียดาย ทาต่อมีแต่แย่ลง
ข้อ 1 เรื่องจำนวนแท่งและข้อ 2 วิธีทาเป็นคำแนะนำของช่อง หลักเรื่องทาบ่อย ทาหนาก่อนนอน และเลิกใช้ตัวที่ซ่า มาจาก AAD
แบบนี้ควรไปหาหมอ
- ดูแลตามนี้แล้ว 2–3 สัปดาห์ยังไม่ดีขึ้น AAD ระบุว่าปากแตกส่วนใหญ่ดีขึ้นในช่วงนี้ ถ้าไม่ดีขึ้น อาจมีสาเหตุอื่น เช่น การแพ้ การติดเชื้อยีสต์ หรือภาวะผิวปากเสียจากแดดที่ต้องให้แพทย์ดู
- มีแผล สะเก็ด หรือรอยแตกที่ไม่หายไปสักที โดยเฉพาะที่ริมฝีปากล่าง
- ปากบวม คัน หรือเป็นตุ่ม หลังเปลี่ยนลิปแท่งใหม่
- บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัย
ที่มา 3 รายการ
กดเข้าไปอ่านต้นฉบับได้ทุกรายการ · ตัวเลขทุกตัวในบทความมาจากรายการด้านล่าง · ถ้าหาต้นฉบับไม่เจอ เราไม่ใส่ตัวเลขนั้น
- American Academy of Dermatology. 7 dermatologists' tips for healing dry, chapped lips. aad.org — ส่วนผสมที่ควรมีและควรเลี่ยง · ซ่า แสบ จี๊ด = ระคาย · ทาหลายครั้งต่อวันและก่อนนอน · ขี้ผึ้งเนื้อหนา (เช่น ปิโตรเลียมเจลลี่) กักน้ำได้นานกว่าแว็กซ์หรือน้ำมัน · ลิป SPF 30+ ทาซ้ำทุก 2 ชม. · อย่าเลียปาก · 2–3 สัปดาห์ไม่ดีขึ้นให้พบแพทย์ผิวหนัง
- Kobayashi H, Tagami H. (2004). Functional properties of the surface of the vermilion border of the lips are distinct from those of the facial skin. Br J Dermatol 150(3):563–567. PMID 15030342. ncbi.nlm.nih.gov — ผู้หญิงญี่ปุ่น 303 คน อายุ 21–80 วัดช่วงหน้าหนาว · ปากเสียน้ำเกือบ 3 เท่าของแก้ม · ความชุ่มชื้นราว 1 ใน 3 · เซลล์ผิวชั้นนอกของปากสร้างไม่สมบูรณ์
- Kao Corporation (2020). ข่าววิจัย 3 ก.ค. 2020 เรื่องผลของความสามารถในการปิดผิวของลิปบาล์มต่อความหยาบของริมฝีปาก (ตีพิมพ์ใน Int J Cosmet Sci 42:46–52). kao.com — รอยต่อเยื่อบุปากกับผิวไม่มีต่อมไขมัน · ผู้หญิง 20 คน อายุ 20–39 แบ่ง 2 กลุ่ม · วันละ 4 ครั้ง 4 สัปดาห์ · สูตรปิดแน่นลดการลอกอย่างมีนัยสำคัญ · งานของบริษัทผู้ผลิต
สินค้าที่เราคัดสำหรับเรื่องนี้ กำลังคัด
ระหว่างนี้ ใช้ใช้ยังไงด้านบนเลือกตัวที่มีอยู่แล้วได้เลย