ทาเรตินอลแล้วแสบลอก?
สรุป 30 วินาที
- คำตอบสั้นๆ: แสบ แดง ลอกช่วงแรก มักเป็นเพราะ เริ่มเยอะหรือเริ่มถี่เกินไป สำหรับผิวที่ยังไม่เคยใช้ ไม่ได้แปลว่าต้องเลิก
- บนฉลากมองหาคำว่า Retinol ถ้าเจอ Retinyl Palmitate จะฤทธิ์อ่อนกว่าและมีงานวิจัยน้อยกว่า
- แพทย์ผิวหนังเห็นว่าหลายคนใช้ต่อเนื่องแล้วผิวค่อยๆ ทนได้ขึ้น แต่นี่เป็น ความเห็นแพทย์ งานวิจัยที่อ้างในคลิปทดลองที่ต้นแขนผู้สูงอายุ และคนส่วนใหญ่ก็ระคายบ้างระหว่างทาง
- วิธีเริ่มแบบไม่รีบ: ล้างหน้าแล้ว รอให้แห้งสนิท · ใช้แค่ เท่าเม็ดถั่วลันเตา · ทาก่อนนอน ทุก 2–3 คืน · เช้าทากันแดดทุกวัน · ช่วงเริ่มงดกรดผลัดผิว
คลิป 59 วินาที จากซีรีส์ "ส่วนผสม" ตอน 6 · บทความด้านล่างขยายความจากคลิปพร้อมที่มา
ทำไมเริ่มแล้วถึงแสบ
เรตินอลเป็นสารที่ค่อนข้างแรงสำหรับผิวที่ไม่เคยเจอมาก่อน ช่วงสัปดาห์แรกๆ ผิวยังไม่ชิน เลยแดง แห้ง หรือลอกเป็นขุยได้ ยิ่งทาเยอะและทาถี่ตั้งแต่วันแรก อาการก็ยิ่งเห็นชัด
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความรู้สึก งานวิจัยที่ให้ผู้สูงอายุทาโลชั่นเรตินอลที่ต้นแขนนาน 24 สัปดาห์ รายงานว่า ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่มีอาการระคายบ้าง ที่แขนข้างที่ทาเรตินอล ส่วนใหญ่เป็นระดับเบา (Kafi et al. 2007) ดังนั้นถ้าเริ่มแล้วแสบ ไม่ได้แปลว่าผิวเราแปลก หรือสินค้าเสีย มันคือสิ่งที่เกิดได้กับคนจำนวนมาก

Retinol กับ Retinyl Palmitate ต่างกันยังไง
เรตินอลคือวิตามินเอรูปหนึ่ง บนฉลากจะเขียนตรงๆ ว่า Retinol แต่ในตระกูลเดียวกันยังมีอีกหลายชื่อ ที่เจอบ่อยในเครื่องสำอางคือ Retinyl Palmitate ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า retinyl ester
แพทย์ผิวหนังที่ให้สัมภาษณ์ใน Scientific American อธิบายว่ากลุ่ม retinyl ester มีฤทธิ์อ่อนที่สุดในตระกูลนี้ และมีงานศึกษาน้อยกว่าตัวอื่น (Scientific American) สำหรับมือใหม่ ฤทธิ์อ่อนอาจฟังดูดี แต่ก็หมายความว่าเรารู้เรื่องมันน้อยกว่าด้วย

แสบช่วงแรก จะอยู่ตลอดไหม
ตรงนี้ต้องแยกให้ชัดว่าอะไรเป็นความเห็น อะไรเป็นผลวิจัย
ความเห็นแพทย์ผิวหนัง: แพทย์ที่ให้สัมภาษณ์บอกว่ายิ่งใช้นาน ผิวยิ่งทนได้มากขึ้น (Scientific American) นี่เป็นประสบการณ์ทางคลินิก ไม่ใช่ตัวเลขจากการทดลอง
งานวิจัยที่อ้างในคลิป: งานของ Kafi และคณะไม่ได้วัดว่าผิวชินขึ้นหรือไม่ แต่วัดเรื่องริ้วรอยที่แขน และบันทึกอาการระคายไว้ด้วย (Kafi et al. 2007)
| รายละเอียดงานวิจัย | |
|---|---|
| ผู้เข้าร่วม | ผู้สูงอายุ 36 คน อายุเฉลี่ย 87 ปี |
| ตำแหน่งที่ทา | ต้นแขนด้านใน (ไม่ใช่หน้า) ข้างหนึ่งทาเรตินอล อีกข้างทาโลชั่นเปล่า |
| ความเข้มข้น · ความถี่ | เรตินอล 0.4% · ไม่เกิน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ |
| ระยะเวลา | 24 สัปดาห์ |
| ผล | ผิวที่แขนดูเรียบขึ้นและหยาบน้อยลงกว่าข้างที่ทาโลชั่นเปล่า (ผลในงานวิจัย ไม่ใช่คำกล่าวอ้างของสินค้า) |
| อาการระหว่างทาง | แดง 18 คน · ลอก 16 คน · แห้ง 14 คน · ส่วนใหญ่ระคายบ้าง · อยู่จนจบ 23 คน |

ประเด็นสำคัญ: งานวิจัยนี้ทาที่แขนของผู้สูงอายุ ด้วยความเข้มข้นที่สินค้าในท้องตลาดอาจไม่เท่ากัน เอามาใช้บอกได้แค่ว่าเรตินอลทำให้ระคายได้บ่อยแค่ไหน ไม่ได้บอกว่าทาหน้าแล้วจะได้ผลเหมือนกัน
ใช้ยังไง
หลักทั่วไปที่สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน (AAD) และเอกสารความรู้ผู้ป่วยของคลินิกผิวหนังแนะนำตรงกันคือ เริ่มน้อย ทาห่าง แล้วค่อยเพิ่มเมื่อผิวรับได้ (AAD skin care in your 20s · เอกสารคลินิกผิวหนัง)
- ล้างหน้าแล้วรอให้แห้งสนิท เอกสารคลินิกบอกราว 15–20 นาที AAD บอก 20–30 นาที ข้อนี้ต่างจากสารในคลิปก่อนๆ ของเรา (เซราไมด์ ไฮยาลูรอนิก แพนทีนอล) ที่ทาตอนหน้าหมาดได้ ถ้าติดนิสัยทาตอนหมาดมาใช้กับเรตินอล จะระคายง่ายขึ้น
- ใช้แค่เท่าเม็ดถั่วลันเตาทั้งหน้า (เอกสารคลินิกผิวหนัง)
- ทาก่อนนอน เริ่มทุก 2–3 คืน ผิวรับได้แล้วค่อยขยับถี่ขึ้น
- ตอนเช้าทากันแดดทุกวัน
- ถ้าแดงแสบมาก พักก่อน ทามอยส์เจอไรเซอร์ต่อไปจนผิวกลับเป็นปกติ แล้วค่อยเริ่มใหม่แบบห่างกว่าเดิม
- ช่วงเริ่มใช้ งดกรดผลัดผิวไปก่อน AAD บอกว่าการผลัดผิวระหว่างใช้เรตินอลอาจทำให้ผิวแห้งหรือแย่ลง (AAD exfoliate)
- ตั้งครรภ์หรือวางแผนมีลูก งดใช้ AAD จัดเรตินอลที่ขายทั่วไปอยู่ในกลุ่มที่ควรเลี่ยงระหว่างตั้งครรภ์ และระบุว่าแพทย์ช่วยปรับแผนการดูแลผิวได้ทั้งช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อน (AAD pregnancy)
ในคลิปเราไม่ได้แนะนำความเข้มข้น เพราะสินค้าในลิงก์อาจเข้มข้นต่างจากงานวิจัย และต้องตรวจกฎไทยซ้ำก่อนเลือกสินค้า
ทริกคนขี้เกียจ

- ล้างหน้าเสร็จ ไปทำอย่างอื่นก่อน แปรงฟัน จัดที่นอน กลับมาหน้าแห้งสนิทพอดี ไม่ต้องจับเวลา
- บีบเท่าเม็ดถั่ว แตะ 4 จุด หน้าผาก แก้มสองข้าง คาง แล้วเกลี่ย ใช้เท่านี้พอทั้งหน้า
- ทาแค่ 2 คืนต่อสัปดาห์ก่อน เช่น วันจันทร์กับพฤหัส ผ่านไปสองสามสัปดาห์ไม่แดงค่อยเพิ่ม ไม่ต้องรีบ
ข้อ 1 และ 2 เป็นวิธีจำของช่อง ตัวเลขเวลาและปริมาณมาจากเอกสารคลินิกผิวหนังและ AAD
แบบนี้ควรไปหาหมอ
- บวม แสบรุนแรง หรือเป็นตุ่มน้ำ หลังทา ไม่ใช่แค่แดงลอกเบาๆ
- พักแล้วหลายวัน อาการยังไม่ดีขึ้น หรือกลับมาแดงทุกครั้งที่เริ่มใหม่แม้ทาห่างแล้ว
- ตั้งครรภ์ วางแผนมีลูก หรือให้นมบุตร และยังอยากใช้ ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัย
ที่มา 6 รายการ
กดเข้าไปอ่านต้นฉบับได้ทุกรายการ · ตัวเลขทุกตัวในบทความมาจากรายการด้านล่าง · ถ้าหาต้นฉบับไม่เจอ เราไม่ใส่ตัวเลขนั้น
- Kafi R, et al. (2007). Improvement of Naturally Aged Skin With Vitamin A (Retinol). Arch Dermatol 143(5):606–612. jamanetwork.com — 36 คน อายุเฉลี่ย 87 ปี · เรตินอล 0.4% ต้นแขนด้านใน ≤3 ครั้ง/สัปดาห์ 24 สัปดาห์ เทียบโลชั่นเปล่า · แดง 18 ลอก 16 แห้ง 14 · ส่วนใหญ่ระคายบ้าง · อยู่จนจบ 23 คน
- เอกสารความรู้ผู้ป่วย How to use topical retinoids (ชุด AAD education library ที่คลินิกผิวหนังนำมาเผยแพร่). alabamaderm.com — รอผิวแห้งสนิท 15–20 นาที · เท่าเม็ดถั่วทั้งหน้า · เริ่มทุก 2–3 คืน · แดงระคายให้หยุดจนผิวปกติแล้วเริ่มใหม่ · กันแดดทุกวัน · งดถ้าตั้งครรภ์หรือวางแผนมีลูก
- American Academy of Dermatology. Dermatologist-recommended skin care for your 20s. aad.org — ทาเรตินอยด์ก่อนนอน · ล้างหน้าแล้วรอ 20–30 นาที
- Youmshajekian L. (Scientific American). How Retinol Cosmetics Change Skin at a Chemical Level (สัมภาษณ์ Patricia Farris, Zakia Rahman). scientificamerican.com — retinyl ester ฤทธิ์อ่อนที่สุดและมีงานศึกษาน้อยกว่า · ใช้นานขึ้นทนได้มากขึ้น (ความเห็นแพทย์)
- American Academy of Dermatology. Dermatologist-approved pregnancy skin care. aad.org — เลี่ยงเรตินอยด์รวมถึงเรตินอลที่ขายทั่วไประหว่างตั้งครรภ์ · แจ้งแพทย์เรื่องผลิตภัณฑ์ที่ใช้ช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
- American Academy of Dermatology. How to safely exfoliate at home. aad.org — ผลัดผิวระหว่างใช้เรตินอลอาจทำให้ผิวแห้งหรือแย่ลง
สินค้าที่เราคัดสำหรับเรื่องนี้ กำลังคัด
ระหว่างนี้ ใช้ใช้ยังไงด้านบนเลือกตัวที่มีอยู่แล้วได้เลย